นักสังคมสงเคราะห์ แจงคืบหน้า คดีอุสตะบูเดาะ

เหยื่ออุสตะวัย 32 ลวนลาม ระบุ “ถูกลวนลามมาแล้วหลายครั้ง แถมอุสตาซพยายามจูบปากในช่วง 10 วันสุดท้ายรอมฎอน”

เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2563 ที่ผ่านมา ผู้ใช้นามเฟสบุ๊คว่า Syed Azmi จิตอาสาด้านสังคมสงเคราะห์มาเลเซีย ได้โพสต์ข้อความในสาธารณะ โดยระบุว่า ตนได้พูดคุยกับเหยื่อที่ถุกอุสตะ หรือนักบรรยายศาสนาชื่อดังคนหนึ่งในรัฐกลันตันประเทศมาเลเซีย ลวนลามทางเพศ โดยเหยื่อรายนี้ระบุว่า

“เขาได้มีโอกาสเข้าไปเรียนหนังสือในสถาบันปอเนาะแห่งหนึ่ง ที่มีอุสตาซดังกล่าวเป็นครูใหญ่และสอนหนังสือเพียงผู้เดียว โดยในสถาบันปอเนาะแห่งนั้น มีกฎระเบียบที่ค่อนข้างเข้มงวด นักเรียนทุกคนจะต้องละหมาดในเวลาพร้อมเพรียงกัน

เหยื่อรายนี้ระบุอีกว่า “ในช่วงนั้นเขาอยู่ในช่วงวัยรุ่น และมีความรู้แปลกใจกับตัวเอง เนื่องจากน้ำเหมือกออกจากอวัยวะเพศอย่างผิดปกติ โดยเขาคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเขานั้น เป้นสิ่งที่ไม่เหมือนกับคนทั่วไปและอาจจะเป็นโรคชนิดหนึ่งก็เป็นได้

จากนั้น เขาก็ได้บอกให้อุสตาซเขาทราบว่าเขามีอาการดังกล่าว เพื่อไม่ให้ถูกลงโทษหากเขาไม่สามารถขึ้นไปละหมาดพร้อมเพรียงกันกับคนอื่นๆได้
มีอยู่วันหนึ่ง เขาและเพื่อนๆ ได้รับการชักชวนจากอุสตาซให้ไปที่อุสตาซบรรยายธรรมที่ต่างอำเภอ หลังจากเสร็จจากการบรรยายแล้ว เขาและเพื่อนๆพร้อมกับอุสตาซก็ได้เดินทางกลับ แต่อุสตาซรายดังกล่าวก็ชวนพวกเขาให้ไปนอนที่บ้านของอุสตาซ เลยมิได้ไปส่งพวกเขาที่หอพักของแต่ละคนแต่อย่างใด จากนั้นเขาและเพื่อนๆก็ได้เข้าไปในบ้านอุสตาซ โดยเพื่อนๆทุกคนนอนข้างนอก ส่วนตัวเขาเขาเพียงคนเดียว อุสตาซได้ชวนให้ไปนอนด้วยกันในห้อง เมื่อเขานอนหงายแล้ว อุสตาซก็ได้สอบถามเขาเกี่ยวกับปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นกับเขาอยู่ (น้ำเหมือกออกผิดปกติ) จากนั้นอุสตาซก็ได้ขออณุญาตดูอวัยวะเพศ เขาก็ไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไร เลยอณุญาตให้อุสตาซดู หากการที่อุสตาวขอดูนั้น เพื่อเป็นการรักษาให้หาย จากนั้น อุสตาซก็ลูบคลำอวัยวะเพศเขา พร้อมกับอ่านบทสวดไปด้วย

จากนั้น อุสตาซก็ได้เขย่าอวัยวะเพศของเขา แล้วอุสตาซก็ได้ขอให้เขาจับอวัยวะเพศของอุสตาซเช่นกัน แล้วก็ให้เขย่าต่อจนสำเร็จความใคร่ ในขณะนั้นเขารู้สึกอับอายกับสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก แต่ด้วยกับความต้องการให้ปัญหาน้ำเหมือกออกอย่างผิดปกติหายไป เลยจำใจที่จะต้องทำลักษณะดังกล่าวขึ้น

เมื่อการกระทำดังกล่าวเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อุสตาซก็ได้ขอให้เขานอนพร้อมกันในห้องจนกระทั่งเวลาละหมาดซุบฮีของรุ่งเช้า พอรุ่งเช้าขึ้นมาอุสตาซก็ได้ปลุกเขาจากที่นอน พร้อมถามว่า “จะอาบน้ำวาญิบหรือไหม? เขาก็ไปอาบน้ำ
เมื่ออาบน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้ว อุสตาซก็ได้นำเขาและเพื่อนๆ ไปยังที่ละหมาด จากนั้นก็มีการเรียนการสอนกีตาบตามปกติ “เหยื่อกล่าว”

จากนั้น ก็เกิดเหตุการณ์ลักษณะดังกล่าวขึ้นอีก เป็นครั้งที่ 2 โดยอุสตาซได้ชักชวนพวกเขาไปที่งานบรรยายธรรมต่างพื้นที่ แล้วกลับมานอนที่บ้านของอุสตาซต่อ และเกิดเหตุการณ์ลักษณะเดิมอีกครั้ง

ส่วนเหตุการณ์ครั้งสุดท้าย เกิดขึ้นในช่วง 10 วันสุดท้ายของเดือนรอมฎอน ซึ่งช่วงเวลาที่มีความประเสริฐที่สุดในศาสนาอิสลาม และแล้วก็ได้เกิดเหตุการณ์เหมือนกับ 2 ครั้งที่ผ่านมา แต่ในครั้งนี้ เขามีโอกาสถามอุสตาวว่า การกระทำดังกล่าวเป็นที่อณุญาตหรือไม่?

เพราะในช่วงนั้น เขาเกิดความกังวลใจและยังคงมีความเคารพต่ออุสตาซเป็นอย่างมาก โดยเขามีความรู้สึกว่า นั้นคือความโปรดปรานและความเมตตาที่ได้มีโอกาสนอนพร้อมกับอูลามาอฺหรือผู้รู้ อีกทั้งยังสามารถได้รับความโปรดปรานในทางอ้อมอีกด้วย แต่ในช่วงนั้น อุสตาซยังคงเดินหน้าความต้องการจนสิ้นสุด ในขณะนั้น อุสตาซได้ขอให้เขาจับหน้าอกและหอมแกมอุสตาซต่อ ส่วนอุสตาซก็ได้หอมแก้เขาเช่นเดียวกัน และอุสตาซพยายามจะจูบปาก แต่อุสตาซได้ประกบที่ปากไม่นานนัก เพราะเขาเลี่ยงและผลักปากอุสตาซออกจากปากเขาได้ทัน

ในขณะนั้น เขาคิดว่าการกระทำดังกล่าวนี้ เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง แต่เขาไม่กล้าที่จะโต้เถียงและปฏิเสธต่ออุสตาซ หรือจะวิ่งหนีออกจากอุสตาซได้ เพราะเขายังตกอยู่ในความตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก โดยเขาไม่กล้าที่จะทำอะไรใดๆเลย

หลังจากนั้น สถาบันปอเนาะก็ได้ปิดในช่วงรายอ เขาก็ไม่ได้ไปที่ปอเนาะนั้นอีกเลย แต่อุสตาซก็พยายที่จะติดต่อเขาอย่างไม่หยุดหย่อน แต่เขาปฏิเสธมาโดยตลอด “เหยื่ออุสตาซ กล่าว”

นอกจากนี้ Syed Azmi ยังระบุ อีกว่า มีผู้ที่รู้กับเหตุการณ์ดังกล่าวได้ส่งข้อความทางwhatsap ไปยังตนว่า เรื่องราวทั้งหมดนั้น เป็นเรื่องจริง แต่ทางภรรยาเขาไม่ให้ไปเป็นสักขีพยาย เพราะไม่อยากเสียเวลาในการขึ้นลงศาลเป็นประจำ

ล่าสุด เมื่อวันที่ 28 ธ.ค. 63 Syed Azmi ได้ระบุในช่องแสดงความคิดเห็นว่า “ขอตอบแทนต่อพระผู้เป็นเจ้า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา มีผู้ที่รู้เห็นเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว ได้เป็นพยานต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว

จากนั้น ก็มีผู้ถามว่า “ทำไมอุสตาซบูเดาะยังอยู่ในความอิสระโดยไม่ต้องขังแต่อย่างใด หรือเพราะเขาอยู่ในระหว่างการประกันตัวหรือเพราะพยานหลักฐานไม่เพียงพอ โดย Syed Azmi ก็ระบุว่า เรื่องนั้นต้องสอบถามไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยเขาเพียงแค่ช่วยดำเนินเรื่องให้กับเหยื่อและนำเรื่องราวมารายงานเท่านั้น


อ่านรายเอียดอื่นในเฟสบุ๊ค Syed Azmi

โพสต์ดังกล่าว

อ่านต่อ

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *