ส่อคดีพลิก เมียให้การหนังคนละม้วน ผัวไม่อยากมีลูก แต่งมา10ปีลูกดับ2

จากกรณีที่ สน.ราษฎร์บูรณะ เข้าตรวจสอบเหตุทำร้ายร่างกาย ที่แมนชั่นแห่งหนึ่งย่านบางมด เขตทุ่งครุ กทม. เมื่อช่วงค่ำวันที่ 14 มี.ค.2564 พบ ด.ญ.5ขวบ มีบาดแผลฟกช้ำทั่วร่างกาย อาการสาหัส โดยนายโชว อายุ 34 ปี ชาวเมียนมา ให้การอ้างว่า ลูกสาว 5 ขวบ ถูกภรรยาคือนางซิน อายุ 28 ปี ชาวเมียนมาและเป็นแม่เด็กลงมือ ก่อนพาลูกสาวอีกคนเป็นทารกวัย 6 เดือนหลบหนี ตามที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุด วันที่ 16 มี.ค. 2564 พ.ต.อ.ภาคภูมิ โห้ใย ผกก.สภ.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ได้รับการประสานจาก สน.ราษฎร์บูรณะว่า นางซิน ได้หลบหนีมาพร้อมลูกสาว ทารกวัย 6 เดือน ขึ้นรถทัวร์ผ่านพื้นที่เพชรบุรี ก่อนที่จะมาหยุดพักรถ เพื่อรับประทานอาหาร ต.ศิลาลอย อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์

จึงจัดกำลังตำรวจพร้อมชุดสืบสวน เข้าทำการตรวจสอบ ก่อนพบตัว จึงพามาที่ สภ.สามร้อยยอด เพื่อประสานไปยังสน.ราษฎร์บูรณะ ให้มารับตัวกลับไปสอบปากคำและดำเนินการตามกฏหมาย

เบื้องต้นนางซินให้การว่า ตนเองออกจากบ้านมาสองคนกับลูก สามีไม่ได้มาด้วย จะไปหาพี่สาวที่จ.ชุมพร สาเหตุที่ออกมาเพราะอยู่กับสามีไม่ได้ ทะเลาะกันทุกวันตนเองกลัว แต่งงานมา 10 ปี เสียลูกไปถึง 2 คน สามีไม่อยากได้ลูก คนแรกเสียชีวิตไปตอนอายุ 2 เดือน คนที่สองเสียชีวิตไปตอนอายุ 3 เดือน เวลาทะเลาะกัน สามีชอบบอกว่าไม่เอาลูก

ก่อนหน้าตนเองเคยส่งลูกไปอยู่กับพ่อแม่ ที่ประเทศเมียนมา แล้วตนเองมาทำงานต่อ พอลูกอายุ 3 ขวบ พ่อแม่ที่ประเทศเมียนมาใช้งานลูกหนัก ตนรู้สึกสงสารจึงเอาลูกมาอยู่ด้วยที่ประเทศไทย แต่ก็ทะเลาะกับสามีทุกวัน ส่วนที่ลูกสาวบาดเจ็บเพราะสามีทำ ตนเองตีแค่ที่แขนเท่านั้น เพราะถามลูกว่าจักรเย็บผ้าที่ตนซื้อมาเพื่อเอามาเย็บผ้าหารายได้เสริม เย็บไม่ได้ จึงถามลูกทำไมจักรเย็บไม่ได้ แต่ลูกตอบว่าไม่ได้ทำ ตนจึงใจร้อนตีลูก

แต่สามีโกหกว่าไม่ได้ตี กล่าวหาว่าตนทำคนเดียว ซึ่งตนตีแค่ที่แขน พอเมื่อวานเห็นลูกสาวตาปิด ถามสามีว่าทำไมลูกตาปิดลืมตาไม่ได้ จะให้พาไปโรงพยาบาลหรือไม่ สามีก็บอกว่าจะไปก็ไป น้องสาวจึงเป็นคนติดต่อทางโรงพยาบาลให้มารับตัวไปรักษา แต่จู่ๆก็มีตำรวจโทรมาถามว่า ทำลูกทำไม ให้มาคุยกันที่โรงพักทำให้ตนตกใจกลัวจะถูกจับ จึงหนีขึ้นรถทัวร์มาเพื่อมาหาพี่สาวที่ชุมพร

ขอบคุณที่มา lovereadingnews.

อ่านต่อ

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *