คืบหน้าปล่อยตัวครูสาว รร.ธรรมฯ

ปล่อยตัวครูสาว รร.ธรรมฯ แล้ว! หลังต้องสงสัยมีความเชื่อมโยงทีมปล้นรถทำคาร์บอมบ์ เจ้าตัวลั้น!ปฎิเสธไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ กังวลถูกเรียกสอบเพิ่มแต่ก็พร้อมร่วมมือเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ ขณะที่เลขาฯ กอ.รมน.เผยแม่ทัพสั่งดูแลเป็นพิเศษ พร้อมดำเนินการให้จบโดยเร็ว เชื่อแค่ถูกหลอกใช้

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 5 เม.ย.64 ที่ สภ.เมืองปัตตานี หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43 (ฉก.ทพ.43) ได้ปล่อยตัว น.ส.อาซียัน วาจิ อายุ 37 ปี ครูสอนวิชาภาษาอังกฤษ โรงเรียนธรรมวิทยามูลนิธิ จ.ยะลา ที่ถูกควบคุมตัวไปเข้าศูนย์ซักถาม ที่ค่ายอิงคยุทธบริหาร อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ตั้งแต่เมื่อวันที่ 2 เม.ย.64 เนื่องจากเจ้าหน้าที่สงสัยว่า ให้การสนับสนุนและให้ที่พักพิงกับคนร้ายที่ก่อเหตุปล้นรถกระบะไปติดตั้งระเบิดเพื่อทำคาร์บอมบ์ บริเวณแฟลตตำรวจ สภ.รามัน อ.รามัน จ.ยะลา เหตุเกิดเมื่อวันที่ 12 มี.ค.64
สำหรับบรรยากาศการปล่อยตัว มีเจ้าหน้าที่นำตัวไปที่ สภ.เมืองปัตตานี มีการลงบันทึกประจำวันไว้ และปล่อยตัวกลับภูมิลำเนาโดยไม่มีการตั้งข้อหาใดๆ มีญาติพี่น้อง เพื่อนๆ และลูกศิษย์ เดินทางไปรอรับ พร้อมแสดงความดีใจ โดยเฉพาะญาติพี่น้องได้พากันโอบกอดครูสาว
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่อาจมีการเชิญ ครูอาซียัน อีกครั้ง เพื่อไปซักถามเพิ่มเติม โดยเจ้าหน้าที่ยังไม่คืนอุปกรณ์เครื่องใช้ เสื้อผ้า หมอน และมือถือ เนื่องจากต้องเก็บหลักฐานเพิ่ม โดยเฉพาะร่องรอยดีเอ็นเอ เพื่อนำไปขยายผลต่อไป คาดว่าเมื่อทำการพิสูจน์หลักฐานต่างๆ เรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่จะรีบส่งคืนอุปกรณ์ทั้งหมดให้กับครูอาซียัน

ด้านคุณครูกล่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า
“เขาเป็นลูกศิษย์ ขอมาอยู่ที่บ้านก็ให้อยู่ เพราะเป็นนักเรียนที่สอน” ครูอาซียัน อธิบายถึงสาเหตุที่ให้ที่พักพิงกับผู้ต้องสงสัยโยงเหตุการณ์ปล้นรถทำคาร์บอมบ์ และยังเล่าถึงช่วงเวลาที่ถูกส่งตัวเข้ากระบวนการซักถาม
“เจ้าหน้าที่สอบปากคำตั้งแต่ 8 โมงเช้าถึง 2 ทุ่ม ไม่ได้มีการทำร้ายร่างกายอะไร หลังปล่อยตัวเจ้าหน้าที่บอกว่าจะเรียกตัวมาอีกครั้ง ถ้าถามถึงสภาพจิตใจ ตั้งแต่วันแรกถึงวันนี้คือไม่ไหว ความกังวลหลังจากถูกปล่อยตัวไปใช้ชีวิตปกติ กลัวเหมือนกันว่าไม่รู้จะถูกเรียกตัวมาตอนไหน แต่ยินดีให้ความร่วมมือ เพราะเราไม่ได้ทำผิดอะไรตามที่เขากล่าวหา ไม่เคยต้องคดีไหน ทางโรงเรียนได้ร่วมละหมาดฮายัต เข้าใจเรา ครอบครัวก็เข้าใจดี”

ด้าน นายอัฟฟาน วัฒนะ เลขาธิการเดอะปาตานี (องค์กรภาคประชาสังคมที่ตั้งขึ้นมาขับเคลื่อนประเด็นต่างๆ ในพื้นที่) ดูแลภูมิภาคนูซันตารอ เรื่องการละเมิดสิทธิ์ รวมทั้งเป็นศิษย์เก่าโรงเรียนธรรมวิทยามูลนิธิ บอกว่า อาจารย์สอนภาษาอังกฤษ แต่ไม่ได้สอนห้องของตน รู้จักกันตั้งแต่ตนเรียน ม.ปลาย
“ผมชอบภาษาอังกฤษ จึงรู้จักกับอาจารย์ที่สอนทุกคน ตกใจเมื่อทราบข่าวว่าอาจารย์ถูกควบคุมตัว นั่งเฉยไม่ได้ ทางการบอกว่าอยากให้ไปเช็คด้วยตัวเอง ไปเช็คแล้วเขาดูแลดี ที่กังวลคืออาจารย์ยังโสด แต่ข่าวออกไปว่าแต่งงานแล้ว บางสำนักข่าวบอกว่าไม่ได้เป็นอาจารย์ เป็นคนขายข้าวแกงในโรงเรียน ถือเป็นข้อมูลจากไอโอ ความจริงคืออาจารย์ยังโสด จึงไม่เชื่อว่าคนที่โดนจับก่อนหน้านี้เป็นสามีเขา เขาเอาข้อมูลมามั่วมาก”

อัฟฟาน ตั้งข้อสังเกตด้วยว่า แม้อาจารย์ไม่ถูกคุกคามทางกาย แต่ไม่แน่ใจว่าถูกคุกคามด้วยวาจาหรือไม่

เจ้าหน้าที่ทหารรายหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการซักถาม ให้ข้อมูลว่า เจ้าหน้าที่พบพฤติกรรมของ อาจารย์อาซียัน วาจิ มีความเชื่อมกับ นายมูหมัดรอซาลี แมะอูมา ที่ถูกควบคุมตัวเมื่อวันที่ 30 มี.ค.64 จากเหตุคนร้ายปล้นรถส่งพัสดุไปรษณีย์ของบริษัทเอกชนยี่ห้อดัง แล้วนำไปทำคาร์บอมบ์ จอดด้านหลัง สภ.รามัน โดยเป็นความเชื่อมโยงจากการติดต่อทางโทรศัพท์ แต่ผลการดำเนินกรรมวิธีซักถาม อาจารย์อาซียัน ให้การปฏิเสธว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเลย จึงเห็นควรยุติการดำเนินกรรมวิธีซักถาม และส่งตัวผู้ถูกดำเนินกรรมวิธีกลับบ้าน
ขณะที่ พล.ต.ฐกร เนียมรินทร์ เลขาธิการ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า กล่าวว่า ได้ไปเยี่ยมอาจารย์อาซียัน ที่ศูนย์ซักถามฯ หลังทราบข่าวจากลูกศิษย์ของอาจารย์ โดยแม่ทัพภาคที่ 4 ได้สั่งการให้ดูแลอย่างเต็มที่

“คือพอเป็นผู้หญิง ท่านก็ให้ดูแลเป็นกรณีพิเศษทุกครั้ง โดยในการดำเนินกรรมวิธีซักถามที่ผู้ถูกนำตัวเข้าสู่กระบวนการเป็นผู้หญิงและเด็ก เมื่อได้ข้อมูลแล้วควรให้จบโดยเร็ว แต่ขอให้เข้าใจเจ้าหน้าที่ด้วย เพราะเวลามีฐานข้อมูลตามกฎหมาย เราไม่ทำก็ไม่ได้ ในกรอบของเจ้าหน้าที่ ถ้าดำเนินการไปแล้วก็ต้องว่าไปตามกระบวนการทั้งหมด แต่ท่านแม่ทัพก็ได้เน้นย้ำอีกว่า กลางคืนไม่ควรไปเชิญตัว ทำอะไรก็ให้เสร็จเร็วๆ ซึ่งคำว่า ‘เร็ว’ ของเจ้าหน้าที่ หมายถึงต้องได้ข้อมูลด้วย เจ้าหน้าที่เองก็ไม่อยากจะทำแบบนี้ แต่ก็ต้องทำเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ชัดเจนว่าใช่หรือไม่ ซึ่งในกรณีของอาจารย์อาซียัน เชื่อว่าอาจารย์ถูกหลอกใช้” พล.ต.ฐกร กล่าว

เลขาธิการ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า กล่าวด้วยว่า เวลาเจ้าหน้าที่รัฐทำอะไรลงไป ก็ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งบวก ทั้งลบ ถ้าเกิดเรื่องทางลบ ก็ต้องคำนึงถึงเป้าหมายใหญ่ คือภาพรวมของพี่น้องทุกๆ คน ขณะที่ฝ่ายตรงข้ามมักจะใช้กลยุทธ์ดึงผู้หญิงและเด็กมาเป็นเครื่องมือของการก่อความรุนแรง เจ้าหน้าที่จะทำอะไรจึงต้องระมัดระวัง อย่างกรณีที่เกิดขึ้นนี้ก็จะเสนอให้กลุ่มสตรีในพื้นที่ทำเป็นองค์ความรู้ ทำเป็นบทเรียนที่ต้องระมัดระวัง

ขอบคุณภาพข่าว Yala ToDay ยะลา ทูเดย์

อ่านต่อ

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *